วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563

2021 : มาเริ่มใหม่ไปด้วยกันเถอะ


 



ปี 2020 / 2563 กำลังจะจบไปในคืนนี้แล้ว ปีนี้เป็นปีทีที่ยากลำบากมากสำหรับทุกๆ คน เชื่อว่าทุกคนก็ต้องพูดแบบนี้ แต่ต่อให้ยากยังไงเราก็อยู่กับมันและกำลังจะผ่านไปแล้ว ยังไม่รู้ว่าปีหน้าจะยากกว่านี้ หรือทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้นแต่ยังไงก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุดอ่ะนะ 

ปกติส่วนตัวจะไม่เคยตั้ง Mission อะไรให้กับตัวเองเลยออกแนวเรื่อยๆ เปื่อยๆ นอนข้ามปีเป็นเรื่องปกติ แต่ไหนๆ เราก็ผ่านปี 2020 มาได้แบบยังไม่ตายแล้วก็ขอลองตั้งเป้าหมายให้กับตัวเองใน 2021 สักหน่อยดีกว่า เอาจริงคือยากลองมีเป้าหมายที่ต้องพยายามมากๆ กับมันสักอย่างในชีวิตอ่ะนะ บอกแล้วว่าตลอดที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตแบบเรื่อยๆ มาก เรียกว่าแทบจะผ่านไปวันต่อวันกันเลย มองย้อนกลับไปก็เสียดายเวลาจริงๆ ... ดังนั้น

Goal 2021 : 

1. เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นวันละ 1 คำ 
ขอท้าทายตัวเองเลย ถ้าทำได้ผลดีที่เกิดขึ้นก็อยู่กับตัวเราเองล้วนๆ 

2. ตื่นเช้าขึ้นให้ได้ 
มองย้อนกลับไปเราเสียเวลาไปกับตอนเช้าที่ไม่ยอมลุกออกจากเตียงเยอะมาก ต้องพยายามใหม่เอาเวลาที่เสียไปตรงนี้กลับคืนมา จะได้เอาไปใช้อย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่า 

3. เรียนรู้ภาษาจีน
อันนี้ก็ยังไม่อยากทิ้งเพราะจริงๆ ก็อยากจะเรียนให้สำเร็จ แต่ความยากมันเยอะ ความขี้เกียจก็ดันจะมีเยอะมากกว่า ในเป้าหมายทั้งหมดไม่แน่ว่าข้อนี้แหละที่จะทำไม่ได้มากที่สุด 55555 

4. เขียนนิยายให้จบสักเรื่อง
พยายามหน่อยๆ เป็นเรื่องสั้นๆ ก็ยังดี เอาจริงเราเปิดเรื่องที่เขียนไว้หลายเรื่องมาก แต่ไม่มีสักเรื่องที่เราสามารถเข็นออกมาให้จบได้ สงสารตัวละครที่เราสร้างพวกเขาขึ้นมาแล้วสานต่อไม่จบสักเรื่อง ปีหน้าเราจะพยายามสร้างเรื่องและเขียนให้จบให้ได้ 

*****************************************

พอแล้วเป้าหมาย 4 ข้อพอแล้ว แค่นี้ก็ไม่รู้ว่าจะล้มตั้งแต่วีคแรกหรือเปล่าเลยเถอะ 55555
อิจฉาคนที่มีเป้าหมายและสามารถทำได้ตามนั้นมากๆ ยิ่งเห็นคนที่รู้จักเขียนนิยายจนมีคนตามอ่านเยอะๆ ก็ยินดีไปกับเขานะ และขณะเดียวกันก็อิจฉาในความพยายามของเขาไปด้วย เวลาก็ 24 ชั่วโมงเท่ากันแต่ทำไมเราไม่ได้เรื่องแบบนี้ แต่ไม่เป็นไรเราต้องลองพยายามดู ใน 4 ข้อมันต้องมีสักข้อสิที่เราทำสำเร็จ 

Goal 4 ข้อๆ ละ 25 คะแนน เดี๋ยวสิ้นปี 2021 เรามาดูกันว่าท้ายที่สุดแล้วเราจะได้คะแนนไปที่เท่าไหร่  .... ลุย!!!!!! 

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2563

หัวใจมีหลิงซี




 เรื่อง : หัวใจมีหลิงซี

เขียนโดย : Molly 


ก่อนที่จะบอกว่านิยายเรื่องนี้ดียังไงขอพูดเรื่องของหน้าปกก่อนเลย ในบรรดาหน้าปกของนิยายวายที่วางขายในตลาดบ้านเรา ต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีหน้าปกที่ธรรมดาที่สุดในขณะที่เรื่องอื่นสำนักพิมพ์อื่นแข่งกันเรื่องหน้าปกกันอย่างดุเดือดแต่เรื่องนี้กลับทำสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง  พื้นเป็นสีฟ้าอ่อน มีตัดมุมหนึ่งเพื่อสร้างเป็นตึกเรียบๆ หลังหนึ่ง และมีคนยืนกอดกันแค่นั้น....แค่นี้เอง สายซื้อเพราะหน้าปกคงแอบผิดหวัง แต่เรากลับชอบมาก เรียบง่ายแต่แฝงความอบอุ่นและแสดงให้เห็นถึงความรักของคนคู่หนึ่งได้เป็นอย่างดี 

จะว่าไปหน้าปกที่เรียบง่ายก็เหมือนเนื้อหาของนิยายเล่มนี้ที่เรียบง่ายไม่โลดโผนโจนทะยานแต่ก็มีเนื้อหาที่น่ารักจนวางไม่ลง พออ่านจบก็กลายเป็นเรื่องที่รักมากเรื่องหนึ่งเลย "หลิงซี" คือคนที่อยู่ๆ ก็มีโอกาสเข้าวงการบันเทิง ร้องเพลงไพเราะ เข้าประกวดรายการเพลงก็ได้รับรางวัลแต่หลังจากนั่นกลับไม่ประสบความสำเร็จในวงการอย่างที่ตั้งใจ

มีคนบอกว่าเนื้อหาเรื่องนี้เบาๆ ไม่หนัก แต่ในมุมมองของเรานิยายเรื่องนี้ถึงจะไม่โลดโผนแต่แฝงความดราม่าผ่านตัวหลิงซีไว้ไม่น้อย คนที่ตั้งใจแต่ไม่ประสบความสำเร็จ มีพรสวรรค์แต่ไม่มีโอกาส จนในที่สุดก็ตัดสินใจถอยหลังก้าวเท้าออกจากวงการแต่ก็เป็นช่วงเดียวกับที่เขาได้รับรางวัลทางด้านดนตรีที่ยิ่งใหญ่มาไว้ในมือ ช่างเป็นตลกร้ายเหลือเกินสำหรับคนๆ หนึ่ง แต่พอเป็นหลิงซีที่มองทุกอย่างด้วยความเรียบง่ายและอารมณ์ดีเรื่องที่ควรเศร้าเสียใจก็สามารถผ่านไปได้อย่างไม่ยากเย็น

และคนที่สร้างให้หลิงซีเป็นคนแบบนี้ก็คือครอบครัว หลิงซีโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น มีอารมณ์ขันซึ่งนั่นทำให้เขาโตขึ้นมาอย่างคนที่มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงเมื่อต้องมาอยู่ในวงการที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอย่างโหดร้ายหลิงซีก็ยังสามารถคงความเป็นตัวเองที่ใส สะอาด มีจิตใจที่ดีงามไม่เปลี่ยนแปลง

 และส่วนสำคัญมากของเรื่องอีกอย่างก็คือ "อันรุ่ยเฟิง" คนที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของหลิงซีอย่างพอเหมาะแก่เวลา ก้าวเข้ามาเป็นกำลังใจ เป็นแรงผลักดัน และทำให้หลิงซีก้าวออกจากวงการที่เคยเป็นทั้งชีวิตและความหวังอย่างวงการบันเทิงได้อย่างง่ายดายและสวยงาม 

นิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะกับสายดราม่า หรือบู๊ล้างผลาญ แต่สำหรับคนที่ต้องการความอบอุ่นของหัวใจและแฝงความน่ารัก ตลกไปกับความรักของทั้ง 2 คนนิยายเรื่องนี้เหมาะกับคุณเป็นอย่างยิ่ง  

 


  

 





วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ถุงกระดาษ

วันก่อนไปซื้อเสื้อที่ร้านๆ หนึ่ง ตอนไปจ่ายเงินที่เค้าท์เตอร์ก็มีป้ายขายถุงกระดาษในกรณีที่เราไม่ได้เอาถุงมาเองเห็นแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ ทางร้านร่วมโครงการงดแจกถุงพลาสติกเพื่อร่วมโครงการลด ละ เลิกการใช้ถุงพลาสติกเพื่ออนุรักษษืสิ่งแวดล้อมเพื่อลดขยะไม่ใช่เหรอ แต่ทดแทนด้วยการให้ซื้อถุงกระดาษแทนเนี่ยมันช่วยโลกใบนี้ตรงไหน

เผื่อใครจะลืมไปว่าถุงกระดาษทำมาจากต้นไม้ ซึ่งต้นไม้กว่าจะโตให้เราใช้งานได้มันใช้เวลาหลายปี ต่อให้เป็นป่าปลูกเพื่อเศรษฐกิจโดยเฉพาะก็เถอะ ดังนั้นจุดประสงค์แรกของการผลิตถุงพลาสติกขึ้นมาก็เพื่อใช้งานทดแทนถุงกระดาษที่ใช้กันอยู่ในสมัยนั้น 

ส่วนปัญหาที่เราเจอกันอยู่ในตอนนี้คือการรีไซเคิล และการไม่มีแยกขยะทำให้ไม่สามารถนำพลาสติกกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างที่ควรจะเป็น ที่ผ่านมาการลดการใช้ถุงพลาสติกอย่างฟุ่มเฟือยเป็นสิ่งที่ดีแต่การเลือกใช้ถุงกระดาษแทนอันนี้ไม่เห็นด้วย เพราะความคุ้มค่าและระยะเวลาในการใช้เมื่อเทียบกันแล้วถุงพลาสติกยังสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีกว่า 

ส่วนตัวยังคิดว่าถ้าเราสามารถใช้ถุงพลาสติกซ้ำๆ อย่างคุ้มค่าก็ไม่เสียหายที่จะยังคงใช้ถุงพลาสติกต่อไป ตอนนี้เราใช้ถุงผ้าร่มในการซื้อของเพราะน้ำหนักเบา ทำความสะอาดง่าย เปียกน้ำก็ได้แถมยังทนทานสามารถใช้ซ้ำได้เรื่อยๆ ซึ่งสามารถตอบโจทย์เราได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้ว 

วกกลับมายังร้านขายเสื้อ ตอนที่พนักงานถามเราว่าจะซื้อถุงกระดาษไหมคะ เราบอกว่าไม่เป็นไรเพราะเอาถุงมาเองค่ะ เสร็จแล้วก็จัดการดึงถุงผ้าร่มออกมาแล้วก็จัดการใส่เสื้อผ้าที่ซื้อลงถุงแล้วสะพายขึ้นบ่าเดินออกจากร้านไปอย่างสบายใจพร้อมกับคิดว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถเรียบรู้ในการปรับตัวตลอดเวลา ถ้าบ้านมืองเราจริงจังเรื่องการงดใช้ถุงพลาสติก (ตอนนี้อาจจะรวมถุงกระดาษที่ไม่จำเป็นด้วย) เราจะช่วยโลกนี้ได้ขนาดไหน เพราะท้ายที่สุดแล้วมนุษย์จะเรียนรู้ในการพกถุงผ้า พกถุงพลาสติกในการไปซื้อของ ต่อให้ครั้งแรกลืม ครั้งที่สองลืม ครั้งที่สามก็ต้องจำได้และไม่ลืม ทุกการเปลี่ยนแปลงมันยากลำบากเสมอแต่ถ้าต้องทำมันก็ต้องทำ ... และจะทำได้เราเชื่อแบบนั้น          





วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2563

15 สิงหาคม 2563

 


15 สิงหาคม 2563 

วันเริ่มต้นในการเขียนบล็อกอย่างเป็นเรื่องเป็นราว 
เหตุผลในการเขียนไม่ได้ยิ่งใหญ่หรือต้องการหารายได้จากตรงนี้ แต่ต้องการพัฒนาทักษะด้านการเขียนของตัวเองซึ่งพอทำงานมานานๆ รู้สึกว่าทักษะด้านนี้ของตัวเองลดน้อยลงไปมาก ซึ่งมันสัมพันธ์กับทักษะด้านความคิดวิเคราะห์ต่างๆ ด้วยเช่นกัน

ดังนั้นจึงเลือกการเขียนบล็อกเป็นวิธีในการฟื้นฟู และพัฒนาให้ใช้งานได้ดีมากขึ้น เพราะเราต้องคิดก่อนแล้วจึงเขียนได้ และต้องเขียนให้อ่านแล้วเข้าใจด้วยไม่ใช่เข้าใจอยู่คนเดียว (แต่เอาเข้าจริงจะมีคนแวะเข้ามามาอ่านหรือเปล่ายังไม่รู้เลย 😁😁😁) 

ซึ่งการเขียนบล็อกสำหรับตัวเองมันก็คล้ายๆ กับการเขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น เรื่องราวที่สนใจถ้าเป็นสมัยคุณพ่อคุณแม่ยังวัยรุ่นบล็อกก็คงเป็นสมุดไดอารี่ดีๆ นี่เอง  

เอาล่ะ....เรามาพยายามกันเถอะ 


#การเขียนบันทึก 


    




2021 : มาเริ่มใหม่ไปด้วยกันเถอะ

  ปี 2020 / 2563 กำลังจะจบไปในคืนนี้แล้ว ปีนี้เป็นปีทีที่ยากลำบากมากสำหรับทุกๆ คน เชื่อว่าทุกคนก็ต้องพูดแบบนี้ แต่ต่อให้ยากยังไงเราก็อยู่กับ...